แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมายถึง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หมายถึง แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567

น้ำผึ้งหยดเดียว หมายถึง

 


น้ำผึ้งหยดเดียว หมายถึง


น้ำผึ้งหยดเดียว หมายถึง เรื่องที่มีที่มา ต้นเหตุจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ ลามไปเรื่องใหญ่โต


จากเรื่องเล็กน้อยแต่กลับลุกลามใหญ่โต วุ่นวายทำให้มีปัญหามากมายขึ้น และ


ต้องใช้เวลาหรือทรัพยากรจำนวนมากในการแก้ปัญหา


เรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่มีปัญหาลุกลามใหญ่ขึ้นมาได้


ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่



ส่วนที่มา นั้น ผมไม่แน่ใจว่า อันไหนคือมาตราฐานที่แท้จริงของที่มาของสำนวนนี้


เลยไม่ลงดีกว่าเอามาแค่ความหมาย





วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

เรือใหญ่คับคลอง หมายถึง

 



เรือใหญ่คับคลอง


เรือใหญ่คับคลอง หมายถึง

เรือใหญ่คับคลอง


เรือใหญ่คับคลอง สำนวนนี้ หมายถึง เปรียบดั่งในอดีตคนเคยเป็นใหญ่เป็นโต มีอำนาจ

ทำนองหัวเรือใหญ่ รุ่งเรืองมาก่อน เมื่อหมดวาสนา อำนาจบารมี กลับจมไม่ลง เล็กไม่เป็น 

ทำตัวปกติธรรมดาทั่วไปไม่เป็นยังยึดติดกับวาสนาที่เคยมีมาครั้งก่อน จะให้ทำตัวปกติแบบ

สามัญชนคนธรรมดาทั่วไปยังทำไม่ได้ 




ตัวอย่างเช่น


1. คนผู้นี้เคยเป้นใหญ่เป็นโต ข้าราชการผู้ใหญ่ วันนึงหมดอำนาจวาสนา โดนเขาเขี่ยลงมา

ต้องมาทำงานธรรมดาไม่มีสง่าราศี พวกที่เคยประจบสอพลอก็หนีหาย เหมือนไม้ล้มเงาหาย 

ทีนึงแล้ว แต่ตัวแกยังทำตัวเอ้งอ้างใหญ่โตเหมือนดั่งในอดีตที่เคยมีคนนับหน้าถือตา


2. คนผู้นี้สมัยก่อนปี 40 วิกฤติต้มยำกุ้ง เป็นดั่งเรือใหญ่คับคลองร่ำรวยมีอำนาจมาก พอมาเจอ

ปัญหาปี40 แบบนี้เขาจะใช้ชีวิตธรรมดาหวาดหวั่นอดมื้อกินมื้อได้ไหม





วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ หมายถึง

 


รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ หมายถึง


รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ สำนวน หมายถึง ถ้าคิดจะรักอยู่ด้วยกันยืดยาวยาว ให้บั่น หรือ

ให้ตัดความคิดพยาบาท จองเวรกันออกไป ให้รู้จักอภัยในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่โกรธเคืองกัน

ถ้าคิดสั้นๆ รักจะอยู่สั้น ๆ ให้คิดอาฆาต จองเวรกันไป ถ้าหากไม่สามารถให้อภัยกันได้ 

โกรธแค้นกัน ความสัมพันธ์นั้นก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว เป็นคำที่ใช้เตือนใจกันว่า ให้อภัย 

อะลุ่มอล่วย* ต่อกันในการใช้ชีวิตกับคนที่เราอยากอยู่ด้วยกันนานๆ  แต่ถ้าสั่งสมเก็บความ

ไม่พึงใจเอาไว้ มีความเคืองแค้นพยาบาทต่อกัน มันจะทำให้รักนั้นหรือความสัมพันธ์นั้นสั้นลง

ไปและจบลงโดยเร็ว


รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ



สำนวนที่พอไปกันได้คือ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ ในตอนที่ยังโมโหหรือ มีความรุนแรงใน

อารมณ์ ก็จงถอยห่างหรืออย่าไปสุมไฟ หรือขวางการทาง รักษามิตรภาพเอาไว้ก่อน


หรือจะเอาแนวสั่งสอน เช่น รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ถึงแม้จะตีแต่ก็สั่งสอนหรือทำให้ผู้คนนั้น

ได้รับการอบรมที่ดี ซึ่งจะช่วยให้อยู่ในร่องในรอยหรือเตือนกันก่อนจะสายเกินแก้ด้วยความรัก


รักยาวให้บั่น - แทนที่จะอาฆาตแค้นเคืองกัน ก็เลิกทำเสียเถอะ ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์นั้น

อยู่ต่อแบบยาวนาน


รักสั้นให้ต่อ - ถ้าคิดจะทำอะไรสั้นๆ หรือคิดสั้น จบความสัมพันธ์ก็จองเวรกันต่อไป  ให้รู้จัก

อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่โกรธเคืองกัน


แต่อย่าทำเลย ต่อความสัมพันธ์นั้นให้ยาวออกไปจะดีกว่า ( ในกรณีที่ ยังรักกันอยู่ )


ไม่ใช่รักกันแต่ก็เคืองกันตลอด เป็นเพื่อนกันแต่หันคมมีดใส่กันตลอด ก็ไม่ดี




วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ลูบหน้าปะจมูก หมายถึง

 


ลูบหน้าปะจมูก หมายถึง


  ลูบหน้าปะจมูก สำนวนนี้ หมายถึง   ทำอะไรเด็ดขาดจริงจังลงไปไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะไป

กระทบกระเทือนพวกพ้องของตน สำนวนที่คล้ายคลึงกัน : เลือดข้นกว่าน้ำ ในแง่ว่าพวกเดียวกัน 

หยวนๆไป หรือพรรคพวกของตน ยอมดีกว่า ไม่อยากขัดแย้งจริงจังเด็ดขาด

ลูบหน้าปะจมูก


เช่น 


1. นายสั่งให้จัดการคนที่ทุจริตในบริษัท แต่เขากลับทำแบบลูบหน้าปะจมูกไปให้พ้นๆ ไม่จริงจัง 

เพราะเกรงว่าไปมีผลกระทบกับพวกของตัวเอง หรือไม่ก็พัวพันมาถึงตัว เหมือน หยิกเล็บเจ็บเนื้อ

ถ้าพวกตัวเองโดน เขาก็โดนไปด้วยอย่างนี้รึเปล่า


2. พวกเขาแถอ้าง ไปเรื่อย ขายผ้าเอาหน้ารอด ให้พ้นๆไป ตอนโดนลูกค้าติ ก็ทำเป็นรับรู้รับทราบ 

แบบลูบหน้าปะจมูก เพื่อไม่ให้ลูกค้าร้องเรียนไปที่เบื้องบน จนทำให้พวกตัวเองเดือดร้อน


3. วันนี้ที่ทำงานสั่งตรวจสอบพนักงาน เช็คสต็อกสินค้าซึ่งเป็นคนของตัวเองไม่สนใจว่าจะ

ลูบหน้าปะจมูก หรือไม่ แค่ต้องการความจริงและความซื่อสัตย์เท่านั้น 


เป็นสำนวนที่มักใช้เวลาถูกเลือกปฏิบัติ หรือโดนเอาเปรียบอย่างเช่น คนที่เราร้องเรียนเป็น

พวกเดียวกับ คนที่รับเรื่องร้องเรียน ก็จะเป็นแบบนั้นได้หรือ การแก้ปัญหาต่างๆ แบบขอไปที

ไม่จริงจัง ทำให้รู้ว่าทำแล้วแต่ไมได้ทำให้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นการ โกงกิน การบริการที่ไม่ดี 

หรือการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ




วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565

สิบเบี้ยใกล้มือ หมายถึง

 


สิบเบี้ยใกล้มือ หมายถึง

 สิบเบี้ยใกล้มือ หมายถึง  ของที่ควรได้เมื่อมาถึงตนก็รับเอาไว้ก่อน ของหรือเงินหรืองาน

แม้จะได้ผลตอบแทนไม่มาก แต่ได้แน่ๆ ก็ควรเอาไว้ก่อน ดีกว่าไปหวังพึ่งของที่ยังมาไม่ถึง

และไม่รู้จะได้มากน้อยเท่าไหร่ หรือได้รึเปล่า ถึงแม้จะเป็นของที่มีค่าน้อย หรือ ผลตอบแทน

ไม่มาก เมื่อมีโอกาสควรเอาไว้ก่อน ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

สิบเบี้ยใกล้มือ หมายถึง


ตัวอย่าง


1. ในเศรษฐกิจแบบนี้ ของที่ขายอยู่ตอนนี้แม้ไม่มากแต่ขายได้เรื่อย สิบเบี้ยใกล้มือ ควรเอา

ไว้ก่อนดีกว่าไมได้อะไรเลย สำนวนนี้ใช้ได้ในยามยาก


2. หุ้นตัวนี้กำลังทำกราฟทรงสวยขึ้นมา แต่อยู่ๆก็ถูกเทขายมากเกินกว่าแนวรับที่ตั้งไว้ แต่ยังพอ

มีกำไร แบบนี้ สิบเบี้ยใกล้มือควรทำการ Stop loss เก็บกำไรออกมาก่อน แล้วค่อยไปรับใหม่ตอน

มันทำทรงกราฟขาขึ้นอีกครั้ง ดีกว่าปล่อยมันไหลลงมาขาดทุน แล้วไม่ทำอะไรเลย


3.เห้ยงานนี้งานง่าย ได้เงินไว ถึงแม้จะไม่มากมายแบบงานใหญ่ที่รอเบิกช้า สิบเบี้ยใกล้มือ 

ยังไงก็เอาไว้ทำไปก่อน ดีกว่าไม่ใช่หรอ


4. การแข่งเทนนิสรายการนี้ เป็นโอกาสในการหาสปอนเซอร์มาสนับสนุน และเป็นรายการที่ไ

ม่ใหญ่มากเหมือนที่ตั้งใจจะเล่น แต่มันก็สิบเบี้ยใกล้มืออยู่นะ ในเมื่อยังไม่มีรายการไหนมาแทรก 

ก็ควรคว้าโอกาศไว้ ทัวร์ไม่ยากแบบนี้อาจได้เข้ารอบลึกไปถึงแชมป์แม้เงินรางวัลน้อยแต่ 

มีผู้เกี่ยวข้องในวงการดูเยอะอยู่


5. สถานการณ์ของบริษัท เราแบบนี้เหมือนหมาจนตรอก ต้องสู้ไม่ถอยเพื่อยังอยู่รอด งานอะไร

ที่เป็น สิบเบี้ยใกล้มือ แม้ไม่มากแต่ได้แน่ๆ ก็ควรเอาไว้ให้หมด เพื่อเพิ่มสภาพคล่องของบริษัท 

จะเลือกงานเอาแต่งานใหญ่ๆแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว




วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565

นกไร้ไม้โหด หมายถึง

 



นกไร้ไม้โหด หมายถึง


นกไร้ไม้โหด หมายถึง เมื่อเสื่อมอำนาจวาสนาลง คนที่จะมาฝากตัวหรือพึ่งพิงก็หนีหายไป

สำนวนเก่า ใช้เปรียบเทียบบุคคลที่สิ้นอำนาจวาสนา ไม่สามารถยัดยืนได้ดั่งเดิม ไม่สามารถ

ให้เป็นที่พึ่งพิงแก่คนอื่นได้อีกต่อไป จึงไม่มีใครเคารพ อ่อนน้อม นอบน้อมให้ 


นกไร้ไม้โหด หมายถึง


เช่น


1. เมื่อหมดวาสนาดั่งนกไร้ไม้โหด ผู้คนต่างไม่มีมาหา ไม่ไปมาหาสู่ มาให้ช่วยเหลือและใยดี


2. ตอนนี้ท่านขุน ดั่งไม้ที่ไร้ผล โดนอำนาจใหม่เข้าขัดขวางเป็นนกไร้ไม้้โหด ไม่มีใครมาพึ่งพิง

หรือให้ใช้สอย


3. ต้นไม้ที่ไม่มีใบย่อม ไม่มีนกมาเกาะฉันใด ก็เหมือนฉันที่ อำนาจวาสนาหมดไปไม่มีใครมา

เหลียวแลฉันนั้น ยังคงดีที่ไม่มีใครมาย่ำยี เหมือน ไม้ล้มเงาหาย คนที่คอยมาเอาใจ อาศัพไม่มี 

บางคนก็ฉลาดหัวใส รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหางเอาไปใจผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุด 

แบบนั้นก็ว่ากันไม่ได้ 


4. ถึงจะเป็น นกไร้ไม้โหด หรือ ไม้ล้มเงาหาย อย่างไร ก็มีข้าเก่าเต่าเลี้ยง* ที่อยู่พึ่งพิงช่วยเหลือกัน

มายามยาก




วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ไม้ล้มเงาหาย หมายถึง

 


ไม้ล้มเงาหาย หมายถึง

ไม้ล้มเงาหาย หมายถึง 


คนที่เคยยิ่งใหญ่ เด่นดังมีวาสนาบารมี เมื่อตกต่ำลง หรือ สูญสิ้นอำนาจบารมีผู้ที่มาพึ่งบารมีก็หายหน้าไป


เปรียบดั่งว่า คนที่คอยมาเอาอกเอาใจ คนที่มาพึ่งให้ช่วยนั้นก็หายหน้าไปไม่สนใจอีก 


 เช่น นาย.. เป็นผู้มีอำนาจ มีเงินเยอะมาก มาวันนึง โดนจับเพราะเรื่องบางอย่าง อาจจะผิดกฏหมาย หรือ


โดนกลั่นแกล้งจนตกต่ำ ผู้ที่เคยมาเอาใจ มาขอให้ช่วย มาพูดคุยติดต่อกัน ก็พาลหนีหาย


ไม่มาสนุกสนาน ไม่มาคุยเล่น ไม่สนใจอีก ตีตัวออกห่าง หลายคนจึงเข้ากับคำที่ว่า


รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง เมื่อคนๆนั้นหมดอำนาจ วาสนา หรือถ้าข้องเกี่ยวด้วย


อาจเกิดปัญหาในภายหลัง ก็เลี่ยงเสีย บางครั้งก็แค่หมดอำนาจไม่ได้มีปัญหา แต่แค่ไม่มีประโยชน์ต่อกัน


บางคนอาจจะถึงขนาดกับว่าให้ร้าย ถีบหัวส่ง ไม่ช่วยเหลือ ไม่ข้องแวะด้วย เลยก็อาจจะเป็นไปได้




วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

น้ำตาจระเข้ คืออะไร หมายถึง



น้ำตาจระเข้


หมายถึง : น้ำตาจระเข้ Crocodile's tear เป็นสำนวนฝรั่ง แต่จะเอามาให้ผู้อ่าน


ได้รับด้วยกัน หมายถึง การเสแสร้งแกล้งทำ ร้องไห้ออกมาเพื่อแสดงให้คนอื่น


เห็นว่าสิ่งที่ผู้อื่นกำลังประสบปัญหายากลำบากนั้นตัวเองก็เสียใจอย่างยิ่ง


เสียใจมากๆ แต่ความจริงแล้วนั้นเป็นการกลบเกลื่อนปิดบังการเอาเปรียบ


ที่ตัวเองได้กระทำต่อคนผู้นั้น บีบน้ำตาสงสารแต่ลับหลังเอาเปรียบสารพัด


ไม่มีความจริงใจ


         เหมือนจระเข้เวลางังเหยื่อจะมีน้ำตาไหลออกมาแท้จริงแล้วมันไม่ได้


สงสารอะไรเหยื่อที่มันจะกินเลย  เพียงแต่ตอนมันงับเหยื่อเข้าปากนั้น


กระดูกขากรรไกรนั้นไปบีบต่อมน้ำตาของมัน ทำให้น้ำตาของจระเข้นั้น


ไหลออกมาโดยปริยายไม่ใช่เพราะความสงสารแต่เพราะกำลังอิ่ม ฮ่าๆๆ


เปรียบเปรขคนเหมือนการแกล้งบีบน้ำตาร้องให้เพื่อกลบเหลื่อนเรื่องราวผิดๆ


ที่ตัวเองทำไม่ดีเอาไว้นั่นเอง