แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุภาษิต สำนวนไทย คำพังเพย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุภาษิต สำนวนไทย คำพังเพย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2568

อําเภอใจ หมายถึง



อําเภอใจ หมายถึง


การกระทำโดยเอาแต่ใจตัว ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น


ความเห็นเป็นใหญ่ ทำอะไรโดยไม่คิดถึงผู้อื่น ทำโดยไม่สนใจอะไร


เอาแต่ใจตัว  ความคิดเห็นโดยเอาแต่ใจตัว 





เป็นทั้งในความหมายที่ดี และไม่ดีก็ได้


อยู่ในลักษณะการเอาไปใช้ ถ้าในทางที่ดีคือ อิสระ ตามใจตัวเองให้รางวัลตัวเอง


ทำสิ่งใดโดยไร้ข้อจำกัด 


ถ้าในแง่ไม่ดีคือ เห็นแก่ตัว ทำอะไรไม่คิดถึงคนอื่น ทำสอิ่งใดที่ทำให้คนอื่นอาจะจเดือดร้อน


ไม่คิดถึงผลกระทบต่อผู้อื่น


อยู่ที่การกระทำและการนำไปใช้ ว่าเราใช้หรือทำไปในทางไหน 

-----


✅ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย หมวด ก - ฮ

✅ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย หมวด อ.อ่าง

✅ 2,000 สำนวนไทย โดย พ.ศ.พัฒนา

✅ เมื่อตะวันตกล่าอาณานิคม ศตวรรษที่ 15-19

✅ คู่มืออ้างอิงภาษาไทย ราชบัณฑิต เขียนอย่างไร

✅ 1,500 สำนวนสุภาษิตคำพังเพยไทย

-----


วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2567

ใจไม้ไส้ระกำ หมายถึง



 ใจไม้ไส้ระกำ หมายถึง


ใจไม้ไส้ระกำ หมายถึง เพิกเฉยดูดาย, ไม่มีเมตตากรุณาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ใคร.


หรือในความหมาย ว่า การกระทำที่ม่มีความเมตตา ไม่มีความเห็นใจ


หรือ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ


ระกำใจแปลว่าอะไร


เช่น 


เป็นพี่น้องกันแท้ ยังทำร้ายกันถึงปางใต้ได้ ใจไม้ไส้ระกำอะไรอย่างนี้


คุณเคยช่วยผมไว้ ถึงแม้คุณจะทำผมเสียหายจนตัวคุณเองลำบาก


ผมคงไม่ใจไม้ไส้ระกำซ้ำเติมคุณหรอก


✅ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย หมวด ผ.ผึ้ง

✅ 2,000 สำนวนไทย โดย พ.ศ.พัฒนา

✅ เผยไต๋ คือ

✅ คู่มืออ้างอิงภาษาไทย ราชบัณฑิต เขียนอย่างไร

✅ ประหารก่อน  ทูลทีหลัง สำนวนจีน


/////



วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ผีซ้ำด้ำพลอย

 



ผีซ้ำด้ำพลอย





ผีซ้ำด้ำพลอย หมายถึง 


เป็นสุภาษิตคำพังเพยไทยสมัยก่อน 


หมายถึง เคราะห์เดิมร้ายหนักอยู่แล้ว ยังมีเคราะห์อื่นซ้ำเข้ามา ทำให้เคราะห์หนักยิ่งขึ้น 


ด้ำ ในที่นี้หมายถึง ผีบ้านผีเรือนตามความเชื่อ ของคนไทยสมัยก่อนหรือยังมีอยู่ในสมัยนี้


ให้อารมณ์ว่า โดนผีจากที่อื่นทำร้ายแล้ว ยังเจอด้ำ ผีบ้านผีเรือนตัวเองทำร้ายอีก


ในแง่ความหมายที่ว่า โดนซ้ำเติมหนักว่าเก่าเข้าไปให้แย่กว่าเดิมอีก


เป็นเคราะห์ร้ายซ้ำถึงสองต่อ หรือบางทีหลายๆต่อ


ซวยแล้วซวยอีก เช่น วันนี้โดนผู้หญิงบอกเลิกต่อหน้าคนไม่พอ กลับมาบ้านยังโดนคนที่บ้าน


พูดจาร้ายๆใส่ ทำให้เสียกำลังใจกันไปอีก



ลิ้งที่เกี่ยวข้อง


✅ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย หมวด ผ.ผึ้ง

✅ 2,000 สำนวนไทย โดย พ.ศ.พัฒนา

✅ เผยไต๋ คือ

✅ คู่มืออ้างอิงภาษาไทย ราชบัณฑิต เขียนอย่างไร

✅ ประหารก่อน  ทูลทีหลัง สำนวนจีน


/////


วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2566

กินในที่ลับ ขับในที่แจ้ง หมายถึง

 


กินในที่ลับ ขับในที่แจ้ง หมายถึง


กินในที่ลับ ขับในที่แจ้ง

กินในที่ลับ ขับในที่แจ้ง,หมวด ก.ไก่,สุภาษิต สำนวนไทย คำพังเพย,


กินในที่ลับ ขับในที่แจ้ง หมายถึง


การกระทำในทางลับส่วนตัว ได้สมประสงค์ กัน2 คน หรือในกลุ่มตน แต่พอขัดข้องหมองใจ 

หรือพอหักหลังกันก็เอามาเล่ามาบอกให้คนอื่นทั่วไปได้รู้ 



เปรียบเหมือนกินอะไรในที่ส่วนตัวลับๆ แต่ออกมาขับถ่ายในที่แจ้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ดี 

ซึ่งมักจะใช้ในเชิงชู้สาว หรือนินทาหักหลัง ทำให้อีกคนเสียหาย


เช่น 

1. เสียท่าแม่กระดังงาลนไฟ คนนี้เสียแล้ว ตอนไปมีความสุขกันสองคนด้วยดีมีความสุข 

แต่อยู่ๆก็เอาเรื่องมี่ทำกันอย่างลับๆ ไปบอกชาวบ้านโดยทั่ว 


2. ไอคนๆนี้ มันมีนิสัยกินในที่ลับ ขับในที่แจ้งนะ สมัยก่อนเคยมีประเด็นอยู่ นายแน่ใจนะ

ว่าจะตกลงความลับอะไรกับมันเรื่องความลับทางการค้าหนะ ระวังต้องกินน้ำตา เอานะ


3. คนๆนี้อย่าไปสงสัยเลยว่าทำไมมีนิสัยกินในที่ลับ ขับในที่แจ้ง เพราะตระกูลมันคนอื่นๆ

ก็มีนิสัยแบบนี้ทั้งนั้น อย่างที่สุภาษิตจีนบอกไว้ว่า ใกล้ชาดเปื้อนแดง ใกล้หมึกเปรอะดำ ใกล้ใคร 

ได้แบบอย่างมาอย่างไร อยู่กับสังคมแบบไหน ก็เป็นแบบนั้น ซะส่วนใหญ่




วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566

กรวดน้ำคว่ำขัน หมายถึง

 



กรวดน้ำคว่ำขัน หมายถึง


กรวดน้ำคว่ำขัน

กรวดน้ำคว่ำขัน,หมวด ก.ไก่,ไม่เกี่ยวข้อง,สุภาษิต สำนวนไทย คำพังเพย,ตัดขาด,


กรวดน้ำคว่ำขัน หมายถึง

ตัดขาดไม่ขอเกี่ยวข้องด้วย


ตัดขาด ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่พูด ไม่สนใจ ไม่ขอยุ่งเกี่ยว

เกี่ยวข้อง ให้เห็นอีก


เช่น 


1. เมื่อก่อนใช้อย่างกะอะไรดี กดหัวสารพัด พอหมดประโยชน์ ก็ไม่สนใจไม่ดูแลเลย คนแบบนี้ 

ขอกรวดน้ำคว่ำขัน ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว


2. ตอนเป็นเมียเขาเขามีชู้ ต้องกินน้ำตาต่างข้าว อาลัยอาวรณ์ แต่พอเขาเลือกมี่จะพาชู้เข้าบ้าน 

เราเลยตัดขาดสิ้นเชิง กรวดน้ำคว่ำขัน ไม่ใยดีไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่เสียใจอะไรอีกแล้ว


3. พวกกินบนเรือน ขี้รดบนหลังคาแบบเอ็ง ข้าไม่สนใจ ไม่ยุ่งเกี่ยว กรวดน้ำคว่ำขัน จะไม่ขอ

ยุ่งเกี่ยวทั้งชาตินี้แหละชาติหน้า



วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566

กระโถนท้องพระโรง หมายถึง

 


กระโถนท้องพระโรง หมายถึง


กระโถนท้องพระโรง

กระโถนท้องพระโรง,หมวด ก.ไก่,รับภาระ,สุภาษิต สำนวนไทย คำพังเพย,รองรับอารมณ์,


กระโถนท้องพระโรง 

สำนวน หมายถึง  

ผู้ที่ต้องรับบทหนัก ผู้ที่ต้องรองรับภาระงานต่างๆคนเดียว

ผู้ที่ต้องรองรับอารมณ์ ของผู้อื่นคนเดียว

ประมาณว่า อะไรก็กู อะไรก็กู 

การงาน เรื่องราวต่างๆ มาลงบนหัวผู้นั้นหมดเลย

เปรียบเสมือน กระโถนที่อยู่ในท้องพระโรง 

หรือในวรรณคดี สมัยก่อนที่ขุนนางต่างๆ เจ้าหน้าที่

ถ่มน้ำลาย บ้วนน้ำหมาก สิ่งของสกปรกต่างๆลงไปรวมๆกัน


เช่น

1. งานอะไรในออฟฟิศ ก็มาลงบนหัวฉันหมดเหมือนกระโถนท้องพระโรง


2. อะไรๆก็กู ระวังนะ ทำเหมือนเป็นกระโถนท้องพระโรง แบบนี้วันไหนเป็นหมาจนตรอก 

จะไล่หวดให้


3. มันเป็นกงเกวียนกำเกวียน อะไรของฉันเนี่ย เหมือนกระโถนท้องพระโรง มานั่งรองรับอารมณ์

คนอื่นเขา


4. กดหัวพอว่า ยังมาทำหยั่งกะฉันเป็นกระโถนท้องพระโรง แบบนี้อีก งานก็ทำทุกอย่าง 

กดไม่ให้ก้าวหน้า ยังมาใส่อารมณ์ระวังวันไหนจะเอาคืนให้สาสม




วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566

เกลือเป็นหนอน หมายถึง

 


เกลือเป็นหนอน หมายถึง


เกลือเป็นหนอน หมายถึง


ญาติมิตร สามีภรรยา บุตรธิดา เพื่อนร่วมงาน หรือคนในบ้าน คิดคดทรยศ


คนใกล้ชิด คนภายในหรือคนคุ้นเคยที่รู้จักกันดี ไว้ใจกันดี ทรยศ ขายความลับ


โดนหักหลังโดยคนที่ไว้ใจ คนของตัวเอง คนที่เราไว้ใจและรู้ความเป้นไปหรือความลับของเรา


เกลือเป็นหนอน


เกลือเป็นหนอน


1. ผมว่าเกลือเป็นหนอน ที่คอยส่งข้อมูลของชาติในอาเซียน ตอนประชุมลับ คงหนีไม่พ้นชาติที่โปรจีน 


บางประเทศ เพราะดูจะออกอาการ กินปูนร้อนท้อง หลายครั้งหลายหน ผมว่าเราควรทำตามคำแนะนำ


ของสิงคโปร์ ที่ให้ขับประเทศนั้นออกไปจากกลุ่ม



2. นั่นคือผลของการกระทำที่นาย ทำตัวเป็นคนทรยศ เกลือเป็นหนอน ลอบส่งความลับของเราออกไป 


เนรคุณ กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา เลยต้องพบจุดจบแบบนี้



3. ควันหลงจากเรื่องนั้นที่มีเกลือเป็นหนอน ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย เป็นข่าวดังไปก่อนหน้านี้ 


ทำให้ลูกค้าเราชะลอการลงทุนออกไป เนื่องจากกลัวข้อมูลสำคัญรั่วไหล สิ่งที่เราควรทำและจำเป็นที่สุด


ในตอนนี้ คงต้องทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาโดยการจัดการหนอนตัวนั้นอย่างเร็วที่สุด



4. เห็นเขาเป็นพวกขี้เกียจอืดอาด ดูไร้ค่า เป็นคนไม่เข้ายาอยู่ไปวันๆ อาจจะแอบดู แอบขโมยข้อมูลต่างๆ 


เกลือเป็นหนอน หนอนตัวนั้น อาจจะเป็นคนที่เราคาดไม่ถึงก็ได้




วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566

กินปูนร้อนท้อง หมายถึง

 

กินปูนร้อนท้อง หมายถึง


กินปูนร้อนท้อง หมายถึง (สำนวน) ก. ทำอาการมีพิรุธขึ้นเอง, แสดงอาการเดือดร้อนขึ้นเอง.

ร้อนตัว แสดงออก ถึงการตีตนไปก่อนไข้ หรือเผยพิรุธ แสดงออกเกินจำเป็นคนผิดสังเกตุ

กินปูนร้อนท้อง



กินปูนร้อนท้อง


1.นายดูยูทูปเบอร์สายการลงทุนคนนั้นสิ มีคนเขาบอกว่ามีคนชี้นำหุ้นปั่นหุ้นยังไม่ทันบอกว่าใครเลย 

แต่นายคนนั้นรีบออกตัวรีบปัด รีบออกมาปฏิเสธ ดูแรกๆก็เหมือนกระต่ายตื่นตูม พออกมาพูดนั่นนี่

ปัดเป็นพัลวันเลย นายว่าเขากินปูนร้อนท้อง ไปเปล่านะ



2. ผมแค่บอกว่ามีคนที่ใหญ่กว่ากดหัวผมไว้ ไม่ให้ทำงานดีๆ ไม่จ่ายงานที่สร้างผลงานให้ 

ผมคุยกับท่านประธานแค่นี้ ยังไม่ได้เอ่ยชื่อใคร หรือพูดช่ือหัวหน้าฝ่ายเลยนะคับ อย่ากินปูนร้อนท้อง 

สิคับ



3. ไม่ไหวก็กลับมา ยังไม่ได้บอกเลยว่ากลับมาตายรัง ไปไหนไม่รอด นี่ก็ชิงพูดเองหมด อย่าลั่นดิ 

กินปูนร้อนท้อง เกิ๊น



4. เขาแค่สงสัยว่าทำไมคุณถึงชนะง่ายดาย กินนิ่มแบบนี้แทบไม่ต้องออกแรงก็ซัดอีกฝ่ายน็อคได้ 

มันเกินไปสำหรับไฟท์ชิงแชมป์โลก ยังไม่ได้บอกว่ามีการล้มมวยเลย ทำทรงกินปูนร้อนท้อง ไปได้ 

ชักแปลกๆนะ พิรุธเยอะเกิน





วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566

กินน้ำตา หมายถีง

 


กินน้ำตา หมายถีง

กินน้ำตา หมายถีง  ร้องไห้ เศร้าโศก เสียใจอย่างมาก


สำนวนที่ใช้เกี่ยวกับการเสียใจ โศกเศร้า


กินน้ำตา หมายถีง



1. สาวคนนี้ ต้องกินน้ำตา เพราะว่าแฟนเธอสัญญาว่า จะมาขอแต่งงาน ไปทำงานเก็บเงินที่กรุงเทพ 


สรุปแล้วแฟนพาคนใหม่มา แนะนำเป็นสาวกระดังงาลนไฟ จากเมืองหลวง



2. ไงหละกินน้ำตาไม่พอ ต้องบอกว่ากินน้ำตาต่างข้าวไปเลยเพื่อนเรา โดนหญิงอันเป็นที่รัก 

แอบมีชู้จับได้คาหนังคาเขาหลักฐานคาห้องเลย ช้ำใจไปเคยเตือนแล้วไม่ฟัง



3.เธอเคยทำเราให้เจ็บต้องมานั่งกินน้ำตา ตอนนี้จะกลับมาตายรัง คงไม่ได้เราเจ็บแล้วจำ





วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2566

กินนิ่ม หมายถึง

 


กินนิ่ม หมายถึง


กินนิ่ม หมายถึง สำนวนนี้ความหมายไปในทางเดียวกันกับ กินดิบ 


นั่นคือ ง่ายสบาย งานง่าย เอาชนะ หรือ สำเร็จได้โดยง่าย


กินนิ่ม หมายถึง


1. ตอนแรกนึกว่าอาร์เซน่อล จะกินนิ่มๆ ทีมระดับนี้กะทีเดียวม้วนเดียวจอด


ที่ไหนได้ทีมน้องใหม่ โดยการคุมทีมของศิษย์ก้นกุฏิ โค้ชในตำนานเข้าไป เกือบไม่รอดเลย


2. ตอนแรกที่จับฉลากแบ่งสายการแข่งเกม ROV ปีนี้ กะว่ากินนิ่มแล้วนะทีมนั้นอะ ผมเดาได้เลย


กะดี่ได้น้ำ ฮึกเหิมกันเต็มที่ แต่พวกเราไม่ยอมแพ้ไงพอโดนพวกเราสอยร่วงตกรอบ ถึงกับรับกันไม่ได้


ออกอาการกันขนาดนี้


3. เห็นว่าตัวเองสวยกะว่าจะแย่งผู้ชายจากเขามาได้ กะกินนิ่มฉกผู้ชายคนอื่นเขา ที่ไหนได้อีกฝั่งเขารวย


ทำไปทำมาฉันเห็นต้องไปกินน้ำใต้ศอก เป็นน้อยเขาเฉย นี่เมียหลวงเขายังไม่เอาจริงนะ รอเขาฟ้องเมื่อไหร่


น่าจะหนักกว่านี้อีกเยอะ



วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

กินดิบ หมายถึง ชนะโดยง่ายดาย

 


กินดิบ หมายถึง ชนะโดยง่ายดาย


กินดิบ หมายถึง ชนะโดยง่ายดาย  


- การเอาชนะได้โดยง่ายดาย ไม่เหนื่อยยากมากนัก  


- เอาขนะได้แบบราบลื่นไร้อุปสรรค


- ได้ชัยชนะมาแบบง่ายๆ แทบไม่ต้องลงแรงมาก


กินดิบ



ซึ่งเป็นคำเปรียบเทียบของการกินของดิบ คือกินดิบได้เลย สะดวกกว่าต้องไปปรุงหรือทำให้สุก 

ก็จะสื่อออกมาในแนวว่ากินสะดวก กินง่ายๆ กินได้เลย สะดวกคล่อง เปรียบเหมือนชนะ หรือ 

สำเร็จได้โยง่าย ไม่ต้องพยายามทำอะไรเพิ่ม เพราะเวลาเราจะเปรียบเทียบอะไรในแนวนี้ที่ใช้

ท้าทาย แข่งขัน แย่งชิง มักใช้คำว่ากิน อย่าง เห็นนักมวยคนนี้หน้าตาไม่เอาอะไรเลย

แต่ผมบอกเลยคุณกินเขาได้ไม่ง่ายแน่ๆ หรือ ความสามารถของพนักงานคนนี้กินขาด 

กว่าคนของคุณเป็นไหนๆ เหนือกว่าแบบไม่เห็นฝุ่น หรืออีกอันคือ คุณคิดจะจัดการเรื่องนี้คาดว่า

จะกินเขาอยากพอควร เพราะเขาอยู่ในวงการมาก่อน ต่อให้คุณมีเงินเยอะก็ตามเป็นความหมาย

เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้สื่อกันตรงๆ กินง่ายๆ สบายๆ  ไม่ต้องลำบากในการแข่งขัน แย่งชิงเอาชนะมา


ตัวอย่างเช่น


1. สมแล้วที่เป็นศิษย์ก้นกุฏิ ของเทพหมากรุก กิบดิบเอาชนะไปได้ง่ายๆเลยนะ


2. ทำตัวเป็นกบในกะลาแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยที่โดนเด็กกินดิบ โต้วาทีเอาชนะแบบสบายๆแบบนี้


3. เป็นพวกไม่เข้ายาทีนึงแล้ว ยังไม่ขยันอีก มีหวังไปแข่งโดนเขากินดิบเอาง่ายๆ แบบหมดหวังแน่ๆ


** กินดิบ นั่นมีความหมายไปในทางเดียวกันกับ กินนิ่ม* ซึ่งใช้กันบ่อย และนิยามมากกว่ากินดิบ


คำนี้จึงไม่ค่อยมีออกมาใช้มากเท่าไหร่






วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2566

กระต่ายแหย่เสือ หมายถึง

 


กระต่ายแหย่เสือ หมายถึง 

กระต่ายแหย่เสือ Rabbit Teasing Tiger


กระต่ายแหย่เสือ หมายถึง ไปลองของ ท้าทาย ล้อเล่นกับคนที่ใหญ่กว่า มีอำนาจมากกว่า มีบารมีและ

ยิ่งใหญ่กว่าตัว จะทำให้เกิดอันตราย และยากลำบากแก่ตัวได้



ตัวอย่างคำ กระต่ายแหย่เสือ


1. นายหนะไปล้อไปหยามคนๆนั้นว่าไม่มีปัญญาหาแฟนสวยได้แบบนาย นี่มันกระต่ายแหย่เสือชัดๆ

โปรไฟล์เขาดีขนาดนั้นเป็นไงอะ สุดท้าย ไอหมอนั่นมันเลยหวดแฟนนายไปเคลมเรียบร้อย 

ต้องมานั่งกินน้ำตาต่างข้าวแบบนี้



2. ดูพนักงานคนนั้นไว้นะ ก่อนหน้านี้ทำทรงกาะต่ายแหย่เสือไปมีเรื่องห้าวใส่ ผู้บริหารเพราะว่าตัวเอง

กำลังได้งานใหม่ที่ดีกว่า สุดท้ายออกไปทำที่ใหม่ ได้ไม่นานด้วยความจองหอง สุดท้ายต้องมานั่งวอน

ขอร้อง ขอกลับมาทำที่เดิม กลับมาตายรังที่เก่า ใครมองก็สมเพชขั้นสุด



3. เพื่อนเราเตือนนายด้วยความหวังดีนะ การที่นายมีความรู้แค่นั้น แต่ดันไปทำตัวเป็นกระต่ายแหย่เสือ 

หาเรื่องนักกฎหมาย ทั้งๆที่ตัวเองนี่รู้มาแบบมั่วๆ เหมือนกบในกะลา พอเขาอธิบายยังไปหมิ่นประมาทเขา

สุดท้ายเขาฟ้องจะนั่งอึ้งเอานะ



4. นายจะกระต่ายตื่นตูม ไปทำไมเรื่องประกาศของพนักงาน กับข้าวลือเรื่องการปลดคน แล้วไปทำตัว

ท้าทายหัวหน้างาน ทำเป็นกระต่ายแหย่เสือ ถ้าเกิดเขาจะเล่นงานเอานายจะโดนคนแรกนะ โดนหมายหัวงี้


วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566

ก้นกุฏิ หมายถึง

 


ก้นกุฏิ หมายถึง

 ก้นกุฏิ หมายถึง คนสนิทชิดเชื้อ ที่ไว้วางใจ หรือลูกน้องคนสนิท ที่สนิทเป็นที่ไว้วางใจได้.


มักใช้กับคนใกล้ตัว ลูกศิษย์ หรือคนที่สั่งสอนมา คนใกล้ชิดมาก


ก้นกุฏิ หมายถึง



ตัวอย่างการใช้ำคำ ก้นกุฏิ 


1. ไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นคนไม่เข้ายา เด็กคนนี้ผมสอนมากับมือ เป็นศิษย์ก้นกุฏิ ของผมเอง รับรองไม่มี

ผิดหวังเชื่อใจได้ผมรับประกัน


2. ถ้าท่านแม่ทัพให้เจ้าคนนี้ไปทำงาน ข้าก็วางใจเพราะมันคือก้นกุฏิ ของท่านแม่ทัพเอง ไม่มีอันใด

ต้องระแวง หรือระวัง รวมทั้งเป็นการดีเสียอีก ดีกว่าใช้คนนู้นทีคนนี้ที กว่าจะรู้เรื่อง พายเรือคนละที 

งานก็ไม่คืบซักที


3. ไม่ต้องห่วงผมอะเป็นถึงศิษย์เอกก้นกุฏิ ของระดับปรมาจารย์ไม่มีวันเป็นหมาจนตรอกง่ายๆ ย่อมมีวัน

พลิกฟื้น ต่อให้ต้องจนแต้มจริงๆ ก็ไม่มีทางที่จะหมอบราบคาบแก้วให้คุณแน่นอน ไม่ต้องเยาะเย้ยไป 


4.ศิษย์ก้นกุฏิ ของเซเลบคนดีนี่ สุดยอดจริงๆเลยนะเหมือนกันหยั่งกะพิมพ์เดียวกับตัวอาจารย์ ตัวไอดอล

เขาเลย ทำตัวเป็นกระชังหน้าใหญ่จัดการได้หมดทุกเรื่องราว รับหน้าไว้เอง ลายอาจารย์กับลูกศิษย์นี่

ไม่ทิ้งกันเลย เหมาะสมแล้วที่เป็นศิษย์อาจารย์นับถือกันมา




วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566

กงเกวียนกำเกวียน หมายถึง

 


กงเกวียนกำเกวียน หมายถึง


กงเกวียนกำเกวียน หมายถึง เวรสนองเวร, กรรมสนองกรรม เป็นสำนวนที่ใช้เป็นคำ ใช้เป็นคำอุปมา


 แบบกรรมตามสนอง โดนเข้ากับตัวเอง ทำอะไรไว้ ก็จะเจอสิ่งนั้นกลับ


กงเกวียนกำเกวียน หมายถึง


ตัวอย่างการใช้คำ กงเกวียนกำเกวียน


1. เนี้ยยัยคนนี้เมื่อก่อน เก่งนักเรื่องแย่งแฟนชาวบ้านยุให้ผัวทิ้งเมีย เดี๋ยวนี้เจอกับตัวเอง โดนเด็กสาวๆ

กว่ามาแย่งผัวไป แล้วต้องไปเป็นน้อยคนอื่นเขากินน้ำใต้ศอกคนอื่นแบบจำใจ มันเป็นกงเกวียนกำเกวียน

แท้ๆ


2. นายคนนี้สมัยเป็นคนใหญ่คนโต ก็ยักยอง หากิน กินเศษกินเลยทุกอย่าง ตอนนี้เป็นไง เวรกรรมตามทัน

 กงเกวียนกำเกวียนอย่างแท้จริงที่ของตัวเองโดน คนอื่นโกงไปแบบทำอะไรไม่ได้เพราะอีกฝ่ายใหญ่กว่า

 แถมจากควันหลงเรื่องขี้โกง ตอนนี้ไม่มีใครให้ค่าไม่สนใจ จนใกล้จะต้องย้ายที่อยู่ หนีไปที่อื่นแล้ว


3. พ่อแม่ เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง อย่าทำร้ายทำลาย ด้วยวาจาและทางกายต่อไปภาคหน้า กงเกวียนกำเกวียน

จะย้อนมาโดนเรา เราทำกับพ่อแม่เช่นไร ลูกเราจะทำกับเราเช่นกัน




วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2566

กินน้ำตาต่างข้าว หมายถึง

 


กินน้ำตาต่างข้าว หมายถึง

กินน้ำตาต่างข้าว หมายถึง



กินน้ำตาต่างข้าว หมายถึง ร้องไห้เศร้าโศกจนไม่เป็นอันกิน. อาการเศร้าโศกเสียใจ อย่างมากมาย

เสียใจอย่างสุดซึ้ง ส่วนใหญ่มักใช้กับความผิดหวัง และเรื่องของความรัก โดยเฉพาะในแง่ของความรัก

คำนี้จะถูกยหิบมาใช้หรือเปรียบเปรยกับความผิดหวังเสียใจเรื่องความรักอยู่บ่อยครั้ง


กินน้ำตาต่างข้าว หมายถึง


ตัวอย่างการใช้คำกินน้ำตาต่างข้าว


1. ก็เคยบอกแล้วว่า การที่ไปเป็นน้อยเขากินน้ำใต้ศอกผู้อื่นนั้น ผลสุดท้ายต้องมานั่งผิดหวังเสียใจ 

กินน้ำตาต่างข้าว เศร้าคนเดียวแบบนี้


2. เพื่อนเราตอนมีแฟนก็ลืมเราไปเลย ตอนนี้เป็นไงแฟนนอกใจ ทุกข์ทรมารอกไหม้ไส้ขม ต้องมานั่ง

กินน้ำตาต่างข้าวแบบนี้ ในฐานะเพื่อนจะสมน้ำหน้าก็ทำไม่ลง คงต้องปลอบใจกันไป


3. เรียบร้อยโรงเรียนจีนนะฮะ แบบนี้เขาโดนคนไว้ใจหักหลังเอาผลงานไปขายเองคนเดียว ดูท่าจะเจ็บหนัก

เลยเพื่อนเตือนไม่ฟังว่าไอคนนี้ประวัติมันไม่ดี ไปร่วมกับมัน ตอนนี้เลยต้องมานั่งกินน้ำตาต่างข้าวแบบนี้

 เสียดายแทนเลยเห้อ


4. ตอนโมโหเลือดเข้าตาทะเลาะกับแฟนแล้วไปเผลอไล่เขาพูดแรงด่าไม่ดี ดูถูกเขาจนเขาทนไม่ไหว

ทิ้งไปไม่สนใจ ตอนนี้เป็นไงคนเก่งต้องมานั่งกินน้ำตาต่างข้าว เพราะง้อเขาแล้วเขาก็ไม่กลับมา


5. พ่อแม่ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ตอนท่านอยู่ก็ไม่สนไม่ดูแล พอท่านไปเป็นไงแล้วตอนนี้ มานั่ง

กินน้ำตาต่างข้าว บอกไม่ทันได้ทดแทนบุญคุณ คิดถึงอย่างนั้นอย่างนี้ ตอนมีๆอยู่ไม่ดูแล




วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2566

กลับมาตายรัง หมายถึง

 


กลับมาตายรัง หมายถึง

กลับมาตายรัง หมายถึง หวนกลับมาเหมือนเดิม กลับมาเป็นอย่างเดิม กลับมาที่เดิม ไปไหนไม่รอด

กลับมาที่เดิม หรือวกกลับมายังที่ๆคุ้นเคย ที่เคยอาศัย ที่เคยใช้ชีวิต



กลับมาตายรัง หมายถึง



ตัวอย่างคำ กลับมาตายรัง มีดังนี้


1. ไหนหละคนเก่งของเมีย ผัวรักคนเก่ง ไหนบอกเจ๋งจะไม่กลับมาแล้ว เรียบร้อยโรงเรียนจีนจ้า กลับมา

ตายรังจนได้


2. ตอนทะเลาะกัน นักเตะคนนั้นโมโหจนเลือดเข้าตา จะย้ายทีมอย่างเดียว จนทีมต้องปล่อยตัวออกไป

 สุดท้ายเป็นไง เล่นไม่เข้าขากับอีกทีมนึง กลับมาตายรัง ทีมเก่าจนได้


3. ผมยอมแล้ว หมอบราบคาบแก้ว ยอมทำทุกอย่างที่สามารถมีงานมีเงินเลี้ยงครอบครัวได้ ขอกลับมา

ตายรัง ที่นี่ ไม่มีที่ไหนดีกว่านี้แล้ว


4. คนไม่เข้ายา แบบหมอนี่ไปไหนรอดมันดีที่คล่องตัวสั่งงานไว แต่เรื่องอื่นไม่ไหวเลย เรารู้ว่าต้องสั่งงาน

ยังไงเลยทำงานด้วยกันได้แต่ไปทำที่อื่นบอกได้คำเดียวว่า สุดท้ายก็ต้องกลับมาตายรังแน่นอน


5. ผมขออยู่ที่นี่ยาวๆไปเลย เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงดีกว่า ไปทำที่อื่นแล้วบากหน้ากลับมาตายรัง เหมือนที่

หลายๆคนเป็น ที่นี่ดูแลลูกน้องดีที่สุดแล้ว





วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2566

กินน้ำเห็นปลิง หมายถึง

 


กินน้ำเห็นปลิง หมายถึง

กินน้ำเห็นปลิง หมายถึง


กินน้ำเห็นปลิง หมายถึง สำนวนนี้ คือ รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ไม่น่าไว้วางใจ อาการที่ทำโดยไม่สนิทใจ

หรือไม่สะดวกใจ เหมือนจะกินนํ้าเห็นปลิงอยู่ในนํ้าก็กินไม่ลง 


กินน้ำเห็นปลิง หมายถึง


ตัวอย่างการใช้คำกินน้ำเห็นปลิง เช่น 


1. เมื่อว่าเซียนหุ้นคนนี้ได้มาบอกผมว่า บริษัทที่เขาถือหุ้นอยู่นั้น เปลี่ยนผู้ถือหุ้นหลักแล้ว เป็นคนที่ไปไหน

ก็ปั่นหุ้นบริษัทนั้น ซะยับเขาออกอาการจะบอกว่าคนกลุ่มนั้นเป็นพวกกินเศษกินเลย ทำนองว่าตอนนี้

เขาเหมือนสำนวนที่ว่า กินน้ำเห็นปลิง ตอนแรกอยากที่จะดำเนินการ ซื้อหุ้นนั้นเพิ่ม จึงกำลังทยอยปล่อย

ของออกมาจาก หุ้นตัวนั้น 


2. ผมผิดสังเกตุในทีมคุณอาจจะมีหนอนบ่อนไส้ ตั้งแต่เขาเข้ามาจากที่ทีมช่วยกันมีความสามัคคี 

กลายเป็น พายเรือคนละที ไปคนละทาง ไม่สัมพันธ์กันเริ่มมีปากเสียงกัน เขาเห็นแววคนนี้ 

เหมือนกินน้ำเห็นปลิง ยังไงยังงั้น


3. นี่คุณคอยดูไว้นะ แม่คนนี้ทำตัวเป็นเจ๊ดัน ทำฟอร์มกระชังหน้าใหญ่ใส่สุด ช่วยทุกงาน เอามาเป็น

ธุระหมด ผมเคยเจอเคสแบบนี้มา 4 - 5 ครั้ง มาแนวนี้เลยสุดท้ายพอได้ความไว้ใจแล้ว ก็เริ่มหลอกคน

ไปลงทุน หลอกเอาเงิน ตอนนี้ผมเหมือนกินน้ำเห็นปลิง ยังไงไม่รู้ มีความรู้สึกว่ามันคลับคล้ายคลับคา

เรื่องหลอกลวงที่เคยได้เห็นมาก่อนหน้านี้


4. คุณคิดเอาเองนะว่า คนใหม่ที่เข้ามาพยายามจะสื่ออกไปในทางที่ให้คุณ ไล่พนักงานเก่าแก่หลายคน 

ซึ่งเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงมาตั้งแต่รุ่นแรกๆ ของบริษัทผมรู้สึกเหมือนว่า กินน้ำเห็นปลิง ยังไงไม่รู้เริ่มมองเห็น

ความไม่ชอบมาพากลของคนๆนี้แล้วหละ



วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

กระต่ายตื่นตูม หมายถึง

 


กระต่ายตื่นตูม หมายถึง

กระต่ายตื่นตูม หมายถึง


กระต่ายตื่นตูม หมายถึง ขี้ตกใจ ใช้เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ อาการตระหนก ตกใจที่เกินเหตุ ตกใจง่าย

ไม่ทันได้หาสาเหตุที่แท้จริง ตีตนไปก่อนไข้ หรือแตวตกใจตระหนกไปมากมาย โดยที่ยังไม่ได้หาความจริง

 จนมีการนำไปเล่าเป็นนิทานว่ากระต่ายตัวนึง นอนหลับใต้ต้นมะพร้าวแล้วลูกมะพร้าวหล่นลงมาดังตุ๊บ

 สะเทือนจนกระต่าย ตกใจตื่นทึกทักเอาว่า ฟ้าถล่ม แผ่นดินไหว ทำให้สัตว์น้อยใหญ่แถบนั้นตกใจ

วุ่นวายไปหมด ทั้งๆที่ยังไม่ทราบสาเหตุของเสียงและแรงสั่นนั้นก่อน


กระต่ายตื่นตูม หมายถึง



ตัวอย่างการใช้คำ กระต่ายตื่นตูม


1. ใจเย็นน่ามันแค่ควันหลงจากเรื่องรุนแรงคราวก่อน ไม่ได้มีเรื่องร้ายอะไรใหม่ อย่ากระต่ายตื่นตูม

                ให้มากนัก


2. ที่เธอหาว่าเรากระต่ายตื่นตูมเรื่องลูกจ้างคนนั้นที่ทำตัวแปลกๆ ทีนี้เห็นแล้วหรือยังว่าเขาสร้าง

                ความเสียหายขนาดไหนเวลาเลือดเข้าตา คนมันไม่มีสติหรอก


3. ฉันคลับคล้ายคลับคลา ว่าเรื่องนี้มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วตอนที่มีผู้บริหารคนใหม่เข้ามาเมื่อ 5 ปี

                ก่อน ถ้าแบบนี้นะเราก็อย่าพึ่งเป็นกระต่ายตื่นตูม กันเลยว่าเขาจะปลดพนักงาน จะทำให้คนอื่น

                ตกใจกังวลเปล่าๆ รอดูให้ชัวร์ก่อนค่อยพูดเถอะ


4. แฟนเธอนี่นอกจากเป็นพวกไม่เข้ายาแล้วยังเป็นพวกกระต่ายตื่นตูม อีกด้วยนะ ขี้กลัวไปหมด

                แบบนี้ ไม่สมเป็นผู้ชายอกสามศอกเลย


5. ลุง..อย่ากระต่ายตื่นตูมตามคนอื่นที่เขาปั่นไปเลยคับ ถึงลุงแก่แล้วผมก็ยังจ้างลุงต่อไป ลุงคือ

                ข้าเก่าเต่าเลี้ยงมาตั้งแต่สมัยแม่ผม ยังไงผมก็ไม่ทิ้งลุงหรอก




วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

กินน้ำใต้ศอก หมายถึง

 


กินน้ำใต้ศอก หมายถึง

กินน้ำใต้ศอก หมายถึง  จำต้องยอมเป็นรองเขา, ไม่เทียมหน้าเทียมตาเท่า ตึกอยู่ในสภาวะ ยอมรับว่า

เป็นรอง หรือต้องตกเป็นรอง สำนวนนี้มักใช้กับ เรื่องเชิงชู้สาว ครอบครัว เมียหลวงเมียน้อย  เมียน้อย

ที่ต้องยอมลงให้แก่เมียหลวง


กินน้ำใต้ศอก


ตัวอย่างของการใช้คำกินน้ำใต้ศอก


1. ควันหลงจากการที่ไปชอบคนที่เขามีเจ้าของ คงต้องกินน้ำใต้ศอกเขาตลอดไป เขาไม่จริงจังกับเราหรอก


2. เข้าใจว่าอีกคนมันไม่เข้ายา อีกคนก็มีภรรยาแล้ว แต่เธอไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างคนที่ไม่มีอนาคต 

กับการไปกินน้ำใต้ศอกใครนี่ ผู้ชายมีเยอะแยะกว่า 2 คนนี้


3. หยั่งงี้ปะที่เขาเรียกใกล้ชาดเปื้อนแดง ใกล้หมึกเปรอะดำ อยู่กับคนที่ยอมรับตัวตนเป็นตัวสำรองได้เลย

ทำให้ตัวเองต้องมา กินน้ำใต้ศอกคนอื่นโดยไม่รู้สึกอะไรเลย


4. งานไม่ใหญ่แน่นะวิ จัดงานวันเกิดหรูหราเชิญสามีมาแต่หารู้ไม่สามีที่ตัวพอใจนั้น มีเมียหบวงสูงส่งอยู่แล้ว 

เธอมันได้แค่กินน้ำใต้ศอกคนอื่น ยังไม่รู้ตัวอีก


5. ถึงจะรักเขามาก แต่การต้องอยู่แบบ กินน้ำใต้ศอก มันจะมีค่าอะไร อกไหม้ไส้ขม ทุกข์ทนเกินบรรยาย

 มันคุ้มแล้วหรอ





วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา หมายถึง

 


กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา หมายถึง

กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา หมายถึง  สำนวนหมายความว่า เนรคุณ ไม่รู้จักบุญคุณ  เปรียบอ้างอิง

อย่างสัตว์เลี้ยงเช่นแมว ที่คนเลี้ยงให้ข้าวให้อาหารแต่บางรครั้งก็ขึ้นไปขับถ่ายบนหลังคา

หรือนกที่มาเกาะตามขื่อ ตามจั่วหากินอาหารที่คนโปรยไว้ให้ แต่ก็ดันมาขึ้ใส่หลังคาเขา

เปรียบดั่งคนที่ได้ประโยชน์ได้รับความดูแล จากเขาแต่ก็ดันหาเรื่องเดือดร้อน บ่อนทำลาย ใส่ร้าย 

เนรคุณผู้มีพระคุณแก่ตัว


กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา หมายถึง


ตัวอย่างสำนวน กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา


1. ประเทศเพื่อนบ้านเราสมัยมีสงครามกลางเมือง อพยพเข้ามาเราก็ช่วยเหลือเต็มที่ แต่อยู่ไปอยู่มาสร้าง

ความเดือดร้อน ปล้นจี้ ทำร้ายคนของเราแบบนี้มันคืออะไร กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา ชัดๆ แบบนี้ต้อง

จัดให้เต็มคาราเบลซะแล้วไหมหละ


2. ประเทศเพื่อนบ้านเราเอาอีกแล้ว กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา ชัดๆ ไปจัดมวยให้ไปช่วยถ่ายทอดวิชา

ให้ ไหงมาเคลมมวยไทยเป็นของตัวเองอีกมั่วที่สุด เคลมไปก็ไม่ครบ ครึ่งๆกลาง หัวมังกุท้ายมังกร 

แลดูตลกพิลึก


3. คนในที่ทำงานเราอุ้มชูอย่างดี ตอนนี้พอปีกกล้าขาแข็ง ก็เหมือนจะทำตัว กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา 

ซะแล้ว นินทาว่าร้าย ชวนทะเลาะ ออกแนวปากเปราะเราะราย หาเรื่องให้เราตลอด ไม่น่าช่วยเหลือไว้

เลยคนแบบนี้


4. ควันหลงจากการที่บริษัทเราโดนขู่แข่งเล่นงานและขโมยผลงานไปมาจาก พนักงานบางคนของเรานั้น

 กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา เอาข้อมูลสำคัญทางเทคนิคและงานวิจัยของเราไปให้ฝั่งตรงข้าม

ใช้ประโยชน์จนเราต้องพ่ายแพ้ในครั้งนี้


5. พวก กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา ไม่มีวันเจริญหรอกพอตอนเขามีแรงก็คอยช่วยเหลือบัดนี้เราเปรียบ

ดั่งไม้ใกล้ฝั่ง ไร้แรงไร้กำลังไร้อำนาจก็เนรคุณ ทำร้าย หาเรื่องเดือดร้อนมาให้เขา น่าสงสารจริงๆ