แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำนวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สำนวน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

กาคาบพริก

 


กาคาบพริก 


ความหมายหลัก  


สำนวน “กาคาบพริก” ใช้เปรียบเปรยถึง คนผิวคล้ำที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีสดจัดจ้าน เช่น สีแดง สีเขียว สีเหลือง 


ซึ่งตัดกับสีผิวจนดูเด่นสะดุดตา บางครั้งก็มีนัยว่าแต่งตัวไม่เหมาะสมกับบุคลิกหรือสภาพแวดล้อม



ที่มาและภาพเปรียบเทียบ


กาเป็นนกที่มีขนสีดำสนิท เมื่อคาบพริกสีแดงสดไว้ในปาก จะเห็นความตัดกันชัดเจนระหว่างสีดำกับสีแดง


คนไทยโบราณจึงนำภาพนี้มาเปรียบกับคนผิวคล้ำที่ชอบใส่เสื้อผ้าสีสด ๆ ซึ่งทำให้ดูโดดเด่นจนเกินไป



ตัวอย่างการใช้ในประโยค


“เขาแต่งตัวเหมือนกาคาบพริก ใส่เสื้อสีแดงสดกับผิวคล้ำ ทำให้คนหันไปมองกันทั้งงาน”


“อยากให้แต่งตัวสุภาพกว่านี้ ไม่ใช่กาคาบพริกจนดูไม่เข้ากับงานประชุม”



สำนวนนี้สะท้อนค่านิยมไทยโบราณที่มักเน้นความพอดี ความกลมกลืน ไม่ฉูดฉาดเกินไป

ในเชิงบวก อาจมองว่าเป็นการกล้าแสดงออก มีความมั่นใจในตัวเอง

ในเชิงลบ อาจถูกใช้วิจารณ์ว่าแต่งตัวไม่เหมาะสม หรือไม่รู้จักกาลเทศะ


สำนวนไทยเกี่ยวกับการแต่งกายและรูปลักษณ์


- ไก่แก่แม่ปลาช่อน

- สวยแต่รูป จูบไม่หอม 

- งามหน้าบ่ งามหลัง

- แต่งตัวเป็นผีหลอก 

- หน้าซีดเหมือนกระดาษ


วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569

ห่านป่าเหนือบินลงใต้ หงส์เต็มธรณีไร้ที่ให้ร่อนลง

 


ห่านป่าเหนือบินลงใต้ หงส์เต็มธรณีไร้ที่ให้ร่อนลง


ประโยคนี้มาจากนิยาย "ล่าหยก" (อู่อันโหว) เป็นคติเตือนใจสอนให้มีความอ่อนน้อมถ่อม


 หมายความว่า แม้เราจะเก่งหรือมีความสามารถ 


แต่เมื่อออกสู่โลกกว้าง หรือต่างสถานที่ ก็ยังมีคนเก่งกว่าอีกมากมาย 


ทำให้รู้สึกไร้ที่ยืนหรือไม่มีที่ให้แสดงความสามารถ เปรียบเสมือนห่านป่า


ที่หาที่ลงไม่ได้เพราะคนเก่งเต็มแผ่นดิน  


ห่านป่าที่บินลงใต้แต่หงส์ที่เต็มธรณีจนไร้ที่ให้ร่อนลง 


บางสิ่งที่ควรสง่างามกลับถูกจำกัดพื้นที่จนไม่สามารถแสดงออกได้


ทนงตนว่าเก่ง แต่เมื่อออกสู่โลกภายนอก กลับมีคนเก่งและเก่งกว่า


ระดับไม่แพ้ตนเต็มไปหมด จนไม่มีโอกาศได้แสดงความสามารถ


เปรียบได้กับสำนวนไทย คล้ายๆกันอย่าง กบในกะลาครอบ


บินผ่านท้องฟ้า มาอีกแผ่นดิน แต่กลับไม่มีที่ให้ลง 


คิดว่าเราเก่งแล้วแต่มันยังมีคน อื่นที่เก่งกว่าเราอีกมากมาย


***


วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569

ช้างเหลือขอ หมายถึง

 

ช้างเหลือขอ  หมายถึง


“ช้างเหลือขอ” หมายถึงช้างที่ดื้อรั้นจนไม่สามารถควบคุมได้ แม้ควาญจะใช้ “ขอ” 

(เหล็กปลายงอสำหรับบังคับช้าง) สับหัวเพื่อสั่งการก็ไม่เชื่อฟัง จึงถูกเรียกว่า “เหลือขอ” 

และต่อมาถูกนำมาใช้เปรียบเปรยถึงคน โดยเฉพาะเด็กที่ดื้อด้านไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่


ช้างเหลือขอ: ช้างที่ไม่เชื่อฟัง แม้จะถูกสับด้วยขอแรง ๆ ก็ไม่ยอมทำตาม


 “ช้างเหลือขอ” มีรากศัพท์จากการเลี้ยงและควบคุมช้าง เมื่อช้างไม่เชื่อฟังแม้ใช้เครื่องมือบังคับ 

ก็ถูกเรียกว่า “เหลือขอ” ต่อมาจึงกลายเป็นสำนวนใช้กับคน โดยเฉพาะเด็กที่ดื้อรั้นจนผู้ใหญ่

หมดหนทางอบรม เป็นคำที่มีความหมายเชิงตำหนิและมักใช้ในบริบททางลบ


วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2568

ตักบาตรอย่าถามพระ

 


ตักบาตรอย่าถามพระ 


สำนวนไทย “ตักบาตรอย่าถามพระ” มีความหมายลึกซึ้งและน่าคิดมากเลยครับ


ความหมาย

หมายถึง 


การจะให้สิ่งใดแก่ผู้ที่เต็มใจรับอยู่แล้ว ไม่ควรถามว่าอยากได้หรือไม่ 


เพราะการถามอาจทำให้ผู้รับรู้สึกเกรงใจหรืออึดอัดใจ ทั้งที่จริงเขายินดีรับอยู่แล้ว


ที่มาทางพุทธศาสนา

ในอดีต พระสงฆ์จะถือวินัยเคร่งครัด ไม่เลือกฉันอาหาร และไม่ควรให้พระต้องตัดสินใจ

หรือรู้สึกผิด เช่น ถามว่า “พรุ่งนี้จะฉันแกงไก่ไหม เดี๋ยวโยมจะเชือดถวาย” แบบนี้ถือว่าผิดหลัก 

เพราะพระไม่ควรเกี่ยวข้องกับการฆ่าสัตว์โดยเจาะจง.


ตัวอย่างการใช้

“ถ้าเธอจะช่วยเขาก็ช่วยไปเลย อย่ามัวแต่ถามว่าเขาอยากได้ไหม ตักบาตรอย่าถามพระน่ะ!”


แง่คิด

สำนวนนี้สอนให้เรารู้จัก ให้ด้วยใจ และ เข้าใจความเหมาะสม โดยไม่ต้องถามมากเกินไป

เมื่อรู้ว่าผู้รับต้องการหรือยินดีรับสิ่งนั้นอยู่แล้ว


สำนวน “ตักบาตรอย่าถามพระ” ถือว่าเป็นหนึ่งในสำนวนไทยที่ ยังคงได้รับความนิยม

และถูกใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในชีวิตประจำวันและในงานเขียนหรือการพูดเพื่อสื่อสาร

แนวคิดเรื่องการให้โดยไม่ต้องถามมาก


สำนวนนี้มีความหมายลึกซึ้งและใช้ได้หลากหลายสถานการณ์

ฟังแล้วเข้าใจง่าย และมีภาพเปรียบเทียบชัดเจน

สื่อถึงวัฒนธรรมไทยที่เน้นความเกรงใจและการให้ด้วยใจ


สำนวนไทยที่มีความหมายใกล้เคียงกับ “ตักบาตรอย่าถามพระ” มักจะเน้นเรื่อง

การให้โดยไม่ต้องถามมาก หรือ การทำสิ่งดีโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต


ให้ทานอย่าหวังผล การให้ควรทำด้วยใจ ไม่หวังสิ่งตอบแทน

ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก ทำสิ่งใหญ่ไม่ควรตระหนี่ของเล็กน้อย

น้ำใจไมตรีมีค่ากว่าเงินทอง การให้ด้วยใจมีคุณค่ามากกว่าสิ่งของ

มือให้ย่อมสูงกว่ามือรับ ผู้ให้มีเกียรติและคุณธรรมมากกว่าผู้รับ


สำนวน สุภาษิต คำพังเพย หมวด ต.เต่า


+++


วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

เต่าใหญ่ไข่กลบ หมายถึง

 เต่าใหญ่ไข่กลบ หมายถึง


"เต่าใหญ่ไข่กลบ" เป็นสำนวนไทยที่มีความหมายลึกซึ้งและน่าสนใจมาก


ทำอะไรเป็นพิรุธแล้วพยายามกลบเกลื่อนไม่ให้ใครรู้ 


หรือผู้หลักผู้ใหญ่ทำอะไรปิดไว้แล้วมาปิดบังความผิดตัวเอง


พูดกลบเกลื่อนความผิดไว้ไม่ให้ใครรู้  ทำอะไรที่เป็นพิรุธ แล้วพยายามกลบเกลื่อน


เหมือนเต่าตัวใหญ่พยายามกลบไข่ไม่ให้ใครเห็น


เต่าเป็นสัตว์ที่เมื่อวางไข่เสร็จแล้ว มักจะใช้ทรายหรือดินกลบไข่ไว้ ไม่ให้ใครเห็น


"เต่าใหญ่ไข่กลบ" อาจหมายถึง คนที่ทำสิ่งไม่ดีหรือมีพิรุธ แล้วพยายามปิดบัง ไม่ให้ใครจับได้


🔍 ลักษณะของพฤติกรรมแบบนี้:


ทำผิดแล้วพยายามทำตัวปกติ


ปิดบังหลักฐานหรือเบี่ยงเบนความสนใจ


แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น



🧠 ตัวอย่างในชีวิตจริง:


ข้าราชการที่ทุจริตแล้วพยายามทำเอกสารให้ดูถูกต้อง


คนที่นอกใจแฟนแต่พยายามทำตัวดีเป็นพิเศษเพื่อกลบเกลื่อน


นักเรียนที่ลอกการบ้านเพื่อนแล้วบอกว่าทำเอง


เพราะพฤติกรรมของเต่าที่ "กลบไข่" ก็อาจถูกมองว่าเป็นการ ซ่อนสิ่งที่ทำไว้


สามารถตีความในเชิงลบได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้เพื่อสื่อถึงการ ปกปิดความผิดหรือพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส


ล้วนสะท้อนพฤติกรรมของการ “ปิดบังความจริง” หรือ “กลบเกลื่อนความผิด” 


ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยมักวิพากษ์วิจารณ์ผ่านภาษิตและสำนวน 


เพื่อเตือนใจให้คนมีความซื่อสัตย์ โปร่งใส และกล้ารับผิดชอบต่อการกระทำของตน


วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2568

ขยันเหมือนมด อดทนเหมือนควาย

 


ขยันเหมือนมด อดทนเหมือนควาย


ขยันเหมือนมด อดทนเหมือนควาย -- ต้องมีความขยันและอดทนเพื่อให้ชีวิตก้าวหน้า


เป็นสำนวนที่สื่อถึงความขยันและความอดทนของคนทำงาน


มดเป็นสัตว์เล็กแต่ขยันทำงานตลอดเวลา


ควายก็เป็นสัตว์ที่อดทนทำงานหนัก 


ถ้ามองในชีวิตจริง ใครมีคุณสมบัติ ขยันเหมือนมด อดทนเหมือนควาย 


มักจะประสบความสำเร็จได้ เพราะไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ 


ถ้าเราพยายามและอดทนมากพอ ก็จะก้าวข้ามอุปสรรคไปได้


ตัวอย่าง


 - นักเรียนที่ขยันมาก อ่านหนังสือทุกวันและทำแบบฝึกหัดอย่างตั้งใจ 


แม้จะเหนื่อยแต่เธอไม่เคยยอมแพ้ ผลสุดท้ายคือสอบได้คะแนนสูง


และติดมหาวิทยาลัยที่หวังไว้


 - พนักงานทำงานหนักทุกวัน เขาต้องเจอกับปัญหามากมายแต่ก็อดทน


และพยายามแก้ไข จนในที่สุดเขาก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง



 - นักกีฬาที่ฝึกซ้อมอย่างหนักเขาซ้อมทุกวัน แม้จะเหนื่อยจนแทบหมดแรง 


แต่เขาก็ไม่หยุด สุดท้ายความพยายามของเขาทำให้ได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ



 - เริ่มต้นธุรกิจเปิดร้านอาหารเล็กๆ ทำงานหนักทุกวัน ขยันหาสูตรใหม่ๆ 


และอดทนต่ออุปสรรคต่างๆ จนในที่สุดร้านของเธอประสบความสำเร็จและมีลูกค้าแน่น



สำนวนไทยอะไรที่สื่อความหมายใกล้เคียง



น้ำหยดลงหินทุกวัน หินยังกร่อน → ความพยายามและความสม่ำเสมอสามารถนำไปสู่ความสำเร็จ


อดเปรี้ยวไว้กินหวาน → อดทนต่อสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ในปัจจุบันเพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต


ต้นร้ายปลายดี → แม้จะเริ่มต้นลำบาก แต่ถ้าขยันและอดทน ผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาดี


ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น → หากตั้งใจทำสิ่งใดจริงๆ ก็จะบรรลุเป้าหมายได้


ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว → สิ่งที่เราทำย่อมส่งผลตอบแทนกลับมา




วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ยุให้รำตำให้รั่ว หมายถึง

 

ยุให้รำตำให้รั่ว หมายถึง


อยู่ใน หมวด ย.ยักษ์


ความหายของคำนี้คือ (สำ) ก. ยุให้แตกกัน, ยุให้ผิดใจกัน ยุยงให้เข้าจผิดกัน


ยุยงให้แตกแยก เข้าใจผิดกัน ทำให้คนที่ปกติไม่ได้มีอะไร


หรือเป็นพวกเดียวกัน ต้องมาผิดใจกันหรือพยายามทำให้มีปัญหากัน



เช่น


1.นายไม่ต้องมาใส่ไฟแบบนี้ พยายาามจะยุให้รำตำให้รั่ว ให้เราและทีมเรามีปัญหากัน


2. พี่ต้องดูดีๆนะ ไอคนที่มาบอกพี่ว่าเพื่อนพี่นินทาลับหลังอะ  เขาได้ทำจริงไหม

ไม่ใช่มาเพื่อยุให้รำตำให้รั่ว เพื่อให้คนผิดใจกันนะ


3. เห็นทีว่าฝั่งนั้นมันจะเก่งเกินไปแล้วนะ คงต้องคิดหาวิธี ยุให้รำตำให้รั่วระหว่างคนในทีมมัน

จะได้เป็นผลดีต่อเรา


✅ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย หมวด ผ.ผึ้ง

✅ 2,000 สำนวนไทย โดย พ.ศ.พัฒนา

✅ เผยไต๋ คือ

✅ คู่มืออ้างอิงภาษาไทย ราชบัณฑิต เขียนอย่างไร

✅ ประหารก่อน  ทูลทีหลัง สำนวนจีน


/////

วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566

กลิ้งครกขึ้นภูเขา หมายถึง

 

กลิ้งครกขึ้นภูเขา หมายถึง


กลิ้งครกขึ้นภูเขา คือ สำนวน เปรียบเทียบว่า 


ทำงานที่ยากลำบากยากเย็น เป็นอย่างยิ่งซ้ำยังต้องใช้ความเพียรพยายาม


ลงแรงและอดทนอย่างมาก หรือบางทีก็คือเป็นเรื่องที่เกินกำลังความสามารถ


หรือสติปัญญาของตนที่จะกระทำ ทำสิ่งที่ยากมากๆจนไม่คิดว่าจะทำได้หรือโอกาศสำเร็จน้อย


คำที่มีความหมายเหมือนกัน ใช้แบบเดียวกันคือ เข็นครกขึ้นภูเขา / เข็นครกขึ้นเขา


เข็นครกขึ้นภูเขา


ตัวอย่าง


1. ขอบคุณที่มีใจจะมาช่วยงานนี้นะ กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดีจริงๆ แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า 


งานนี้มันยากกว่ากลิ้งครกขึ้นภูเขา หรือว่าภูทับเบิกซะอีก ไม่มีกระเช้าด้วยนะ 555



2.หัวหน้าให้งานมายากแบบนี้ กลิ้งครกขึ้นภูเขา ก็ไม่ปาน เหมือนแกล้งกันชัดๆเลย พ้นรอบนี้ไปได้

จะยื่นเรื่องต่อสำนักงานใหญ่เลย ดูว่าเขาจะเอาไฝกับหัวหน้าคนนี้ ส่งท้าย กรวดน้ำคว่ำขัน เป็นไงเป็นกัน



3.ทำตัวเป็นกระต่ายแหย่เสือ ลองของกะเขาแท้ๆ ยังมาบ่น เขาเลยจัดงานช้างให้เลยทีนี้ หนักพอๆกับ

กลิ้งครกขึ้นภูเขา หายซ่าไปสิ ยากยังพอว่า ให้เวลาน้อยซะด้วย ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าเอ็งดี




วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566

กดหัว คืออะไร ไม่ใช่กดหัว(ใจ) แน่นอน

 


กดหัว คืออะไร ไม่ใช่กดหัว(ใจ) แน่นอน

กดหัว แน่นอนที่จะหมายถึงมันไม่ใช่การกดหัวใจ แบบที่เราเล่นมุขไปตรงหัวข้อแน่นอน กดหัว 

หลายคนอาจจะรู้แล้ว แต่บางคนอาจจะไม่รู้ เลยมานำเสนอให้ดูว่า 


กดหัว นั้น หมายถึง การบังคับให้อยู่ใต้อำนาจ  การข่มเอาไว้ให้อีกฝั่งดูด้อยกว่า ไร้ค่ากว่า 

หรือจะใช้ในทำนองที่บอกว่า เป็นการทำให้อีกฝ่ายนึงใช้ประสิทธิภาพของเขาได้ไม่เต็มที่ 

ข่มให้อยู่ต่ำกว่า หรืออยู่ใต้อำนาจ


กดหัว คืออะไร ไม่ใช่กดหัว(ใจ) แน่นอน


กดหัว ภาษาอังกฤษ  dictate , tyrannical , tyrannous , intimidate


ตัวอย่างการใช้คำ กดหัว


1. อยู่บ้านนั้น โดนกดหัวใช้งานสารพัดแทบไม่ได้พักเลยต้องตกเป็นฝ่ายกระทำฝ่ายเดียวเลย 

เดี๋ยวคอยดุนะวันไหนเลือดเข้าตา จะเอาคืนให้สาสมเลย


2. โหนายจะไปรุ่งได้ไง ในทีมมีพวกรุ่นใหญ่คอยกดหัวเด็กใหม่อยู่ตลอดแบบนี้ จะเอาผลงานไหน

ไปสร้างชื่อให้ตัวเองได้ นายลองนึกเอา ถ้านายไม่สู้กลับก็คงทำได้แค่เพียง หมอบราบคาบแก้ว

ยอมเขาไปวันๆ จนไม่เหลือตัวตน


3. อยู่กับเจ้านายคนนี้จนตอนนี้เป็นคนเก่าแก่ เขาถือเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยง ไม่เคยเลยที่จะถูก

ทำไม่ดีใส่ ไม่เคยใช้แบบกดหัว ไม่สร้างความลำบากใจให้ มีอะไรก็แบ่งปัน ที่นี่ให้ความรู้สึก

ถึงคำว่า ข้าพึ่งเจ้า บ่าวพึ่งนาย ในแบบที่มีน้ำใจไมตรีบางทีคิดว่าเป็นสหาย มีมิตรภาพ

กันซะมากกว่าการเป็นเจ้านายลูกน้องซะอีก


4. พวกผู้บริหารพวกนี้มีแต่กบในกะลา ทั้งนั้น ถึงว่าสาขาใหญ่ต้องส่งคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง

มาเพื่อกู้สถาการณ์ของที่นี่ที่ใกล้จะเจ๊งเต็มทนแล้วพอเด็กใหม่มาช่วย ก็ไปกดหัวเขาอีก 

ไม่ให้เขาทำงานทำโปรเจ็คที่จะช่วยบริษัท ดีแท้วันก่อนเลยเจอบอสจากสาขาใหญ่วีน

เข้าไปชุดใหญ่ควันหลงจากเรื่องนั้นเล่นเอาพวกคนเก่าๆไม่กล้าหืออะไรมากเลยเวลา

พวกเด็กชุดใหม่เข้ามาเสนองาน 


5. รู้ทั้งรู้ว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้วก็ยังไปยอมกินน้ำใต้ศอกคนอื่น แล้วยังไปอยู่กินกับเขา

ให้เขาจิกกัด กดหัวสารพัด ไม่คิดถึงตัเองก็คิดถึงคนที่บ้านบ้าง ว่าเขาช้ำใจแค่ไหน

ที่เห็นเราเป็นแบบนี้ ต้องมานั่งกินน้ำตาต่างข้าว ทุกวันทุกคืนมันคุ้มไหมกับผู้ชายหลายใจ


--- สำนวน สุภาษิต คำพังเพย หมวด ก.ไก่


เข้าไปหาคำจากหมวดก.ไก่ มาไว้ใช้กันได้





วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565

รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ หมายถึง

 


รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ หมายถึง


รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ สำนวน หมายถึง ถ้าคิดจะรักอยู่ด้วยกันยืดยาวยาว ให้บั่น หรือ

ให้ตัดความคิดพยาบาท จองเวรกันออกไป ให้รู้จักอภัยในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่โกรธเคืองกัน

ถ้าคิดสั้นๆ รักจะอยู่สั้น ๆ ให้คิดอาฆาต จองเวรกันไป ถ้าหากไม่สามารถให้อภัยกันได้ 

โกรธแค้นกัน ความสัมพันธ์นั้นก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว เป็นคำที่ใช้เตือนใจกันว่า ให้อภัย 

อะลุ่มอล่วย* ต่อกันในการใช้ชีวิตกับคนที่เราอยากอยู่ด้วยกันนานๆ  แต่ถ้าสั่งสมเก็บความ

ไม่พึงใจเอาไว้ มีความเคืองแค้นพยาบาทต่อกัน มันจะทำให้รักนั้นหรือความสัมพันธ์นั้นสั้นลง

ไปและจบลงโดยเร็ว


รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ



สำนวนที่พอไปกันได้คือ น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ ในตอนที่ยังโมโหหรือ มีความรุนแรงใน

อารมณ์ ก็จงถอยห่างหรืออย่าไปสุมไฟ หรือขวางการทาง รักษามิตรภาพเอาไว้ก่อน


หรือจะเอาแนวสั่งสอน เช่น รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ถึงแม้จะตีแต่ก็สั่งสอนหรือทำให้ผู้คนนั้น

ได้รับการอบรมที่ดี ซึ่งจะช่วยให้อยู่ในร่องในรอยหรือเตือนกันก่อนจะสายเกินแก้ด้วยความรัก


รักยาวให้บั่น - แทนที่จะอาฆาตแค้นเคืองกัน ก็เลิกทำเสียเถอะ ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์นั้น

อยู่ต่อแบบยาวนาน


รักสั้นให้ต่อ - ถ้าคิดจะทำอะไรสั้นๆ หรือคิดสั้น จบความสัมพันธ์ก็จองเวรกันต่อไป  ให้รู้จัก

อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่โกรธเคืองกัน


แต่อย่าทำเลย ต่อความสัมพันธ์นั้นให้ยาวออกไปจะดีกว่า ( ในกรณีที่ ยังรักกันอยู่ )


ไม่ใช่รักกันแต่ก็เคืองกันตลอด เป็นเพื่อนกันแต่หันคมมีดใส่กันตลอด ก็ไม่ดี




วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กระต่ายหมายจันทร์ กระต่ายขาเดียว กระต่ายสามขา


กระต่ายหมายจันทร์  กระต่ายขาเดียว กระต่ายสามขา



กระต่ายหมายจันทร์  หมายถึง ผู้ชายหมายปองผู้หญิงที่มีฐานะดีกว่า.

กระต่ายหมายจันทร์



- ตัวอย่าง ดูสาวบ้านนั้นดิจัดว่าสวยที่สุดในอำเภอ เป็นลูกสาวนายอำเภอด้วย

สมบัติเก่าก็มาก พ่อก็ข้าราชการ แม่ก็เจ้าของร้านทอง สวย พร้อมขนาดนี้

รออะไรอยู่ละ จะมัวจ้องไปทำไม เดี๋ยวก็โดนหมาคาบไปกินหรอก ชักช้าแบบนี้

กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ กันพอดี เดี๋ยวนี้เขาไม่มีแล้วนะ ไอพวกกระต่ายหมายจันทร์

อย่าไปกลัวไม่คู่ควร อะไรอะแบบยุคเก่าๆสมัยนี้ใจและความจริงใจล้วนๆ 

ไปดิอย่าไปหยอง เอ็งก็ไม่ใช่พวก ไม่เข้ายา ซะที่ไหน ก็พอตัวนะเว้ย

ผู้ชายหมายปองผู้หญิงที่มีฐานะดีกว่า อยู่ในฐานะที่สูงกว่าตน

ผู้หญิงที่ไม่เหมาะสมกับตน ในแง่ที่ตัวผู้ชายนั้นต่ำต้อยกว่า 

มักใช้ในแง่ที่ต่างกันมากๆ หรือบางครั้งการใช้คำนี้ ก็เหมือนการดูถูกเหยียดหยาม

แม้ว่าตัวผู้ชายนั้นจะไม่ได้ต่ำต้อยขนาดนั้น อาจจะเพราะผู้ใช่ไม่ชอบเลยใช้

ปัจจุบันคำนี้มักจะมีอยู่ในหนัง หรือละครทั่วไปซะมากกว่า

ในชีวิตจริงหาใช้ได้น้อยมาก เพราะเป็นคำดูถูกจากคนอื่น

หรือลดทอนคุณค่าในตัวเองจากคำพูดที่ตัวเองพูด เดี๋ยวนี้โลกเปิดกว้าง

จะอยู่ระดับไหนก็คนเหมือนกัน อาจมีคนคิดในแนวนี้ได้แต่ก็ไม่เยอะมากแล้ว

ใครคิด พูด แล้วดังเป็นข่าว ทัวร์ลงได้ง่ายๆ หรืออาจจะโดนหาว่ามั่นหน้าเหลือเกิน

อะไรทำนองนี้ เป็นคำที่ถ้าคนอื่นพูดใส่เราเหมือนการดูถูกคน

เป็นคำที่ถ้าเราพูดใส่ตัวเองคือเจียมตัวหรือออกแนวถ่อมตนมากเกินไป




กระต่ายขาเดียว หมายถึง ถ้าเป็นคำเฉยๆ คือาการละเล่น แต่ถ้าเป็นใช้คู่กับคำว่า ยืน เป็น 

ยืนกระต่ายขาเดียว แปลว่า ยืนกราน ยืนยันในสิ่งนั้น เลือกที่จะยืนยันคำเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง 

ยืนกรานไม่ยอมรับ ซึ่งมีความหมายเดียวกันกับ กระต่ายสามขา 

- ตัวอย่าง เขาไม่ยอมรับผิด แม้หลักฐานจะมัดขนาดนี้ ยังยืนยันกระต่ายขาเดียว

ว่าตัวเองนั้นไม่ได้ทำ เขาแคบอกว่านาย เอ กระต่ายตื่นตูมไปเองจนเกิดอุบัติเหตุ

เขาไม่ได้ไปทำอะไรให้เลย เขาจะทำตัวเป็นกระต่ายแหย่เสือไปปทำไม ในเมื่อนายเอนั้น

มีอำนาจบารมี และยิ่งใหญ่สามารถให้โทษเขาได้ทุกเมื่อ



กระต่ายหมายจันทร์  กระต่ายขาเดียว กระต่ายสามขา

รวบรวมสุภาษิต คำพังเพย และสำนวนไทยเอาไว้



กระต่ายหมายจันทร์

หมายถึง : ชาย ผู้ต่ำต้อย ไปชอบ หญิงที่สูงศํกดิ์กว่า

เปรียบผู้ชาย กระต่าย

เปรียบผู้หญิง ดั่งดวงจันทร์

ใช้เมื่อ ชายที่ฐานะโดยรวม แย่กว่าฝ่ายหญิง แต่ดันไปหลงรัก

ชอบในตัวหญิงที่ฐานะสูงกว่าตน




กระต่ายขาเดียว

หมายถึง : เป็นการละเล่นไล่จับประเภทหนึ่ง โดยผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็น

"กระต่าย"เอ้อไม่ใช่ละนั่นการละเล่น นี่เรากำลังพูดถึงสำนวน สุภาษิต

 คำพังเพยกันนะเห้ย เอาละความหมายของคำนี้ ง่ายๆเลย

 คือการยืนกรานในสิ่งนั้นอย่างแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง เช่น นาย สุภาษิต

 ยืนยันว่าเขาไม่ได้ขโมยกางเกงในของ นางสาวคำพังเพยไปแน่นอน

อาจจะใข้คำว่ายืนกระต่ายขาเดียวซึ่งเรื่องนั้นจะ จริงหรือเท็จก็สามารถ

ใช้คำนี้ได้ถ้าการใช้เป็นไปในทางที่ยืนยันอย่างเข้มแข็งและมั่นคงการยืนยัน

การเถียง การโต้แย้งที่มายังสรุปไม่ได้ว่า เป็นยังไงกันแน่

ระหว่างเด็กวัด แอบเอากระต่ายที่ญาติโยมนำมาถวายพระ

เถียงกัน 2 แหล่งคือ เด็กวัด กินขากระต่ายย่างไป 3ขา

เลยเหลือขากระต่ายแค่ขาเดียวกับเด็กวัด ยืนยันว่ากระต่ายมี 3ขา ทั้งๆที่

ตัวเองกินไป 1ขาซึ่งทั้ง 2 เรื่องเล่าก็บ่งชี้ว่า เด็กวัดนั้น ยืนยันเสียงแข็ง

โต้เถียงว่าตัวเองไม่ได้เอาขากระต่ายไปย่างกิน ซึ่งมันเลยมีคำว่า

กระตายสามขา เกิดขึ้นมาในความหมายเดียว

กันกับกระต่ายขาเดียวด้วย


สำนวน สุภาษิต คำพังเพย หมวด ก.ไก่

เอาไปลองค้นหาคำที่ต้องการ ดูในหมวด ก.ไก่กันได้